ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่ม ค่า pH เป็นหนึ่งในพารามิเตอร์พื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการประเมินคุณภาพน้ำ ทั้งในน้ำประปา น้ำบาดาล และน้ำดื่มบรรจุขวด เพราะส่งผลโดยตรงต่อรสชาติ ความสามารถในการกัดกร่อนท่อ และประสิทธิภาพของการฆ่าเชื้อ
แม้ pH จะไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรงในระดับที่พบทั่วไปในน้ำดื่ม แต่หากอยู่นอกเกณฑ์ที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้
pH คืออะไร?
pH คือค่าที่บอกระดับความเป็นกรด-ด่างของน้ำ โดยมีสเกลตั้งแต่ 0 ถึง 14
- ค่า 7 = เป็นกลาง
- ต่ำกว่า 7 = เป็นกรด
- สูงกว่า 7 = เป็นด่าง
น้ำบริสุทธิ์โดยธรรมชาติมีค่าประมาณ 7 แต่ในทางปฏิบัติ น้ำดื่มส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงใกล้เคียงกัน ขึ้นอยู่กับแหล่งน้ำและกระบวนการบำบัด
ทำไมต้องตรวจค่า pH ในน้ำดื่ม?
- ป้องกันการกัดกร่อน – น้ำที่มีความเป็นกรดสูง (pH ต่ำ) สามารถกัดกร่อนท่อและอุปกรณ์ ทำให้โลหะ เช่น ตะกั่ว หรือทองแดง ละลายออกมาปนเปื้อนในน้ำได้
- รสชาติของน้ำ – pH ต่ำเกินไปจะมีรสเปรี้ยว ส่วน pH สูงเกินไปจะมีรสฝาดหรือขม
- ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อ – คลอรีนซึ่งใช้ฆ่าเชื้อในระบบประปาทำงานได้ดีที่สุดเมื่อ pH อยู่ประมาณ 6.5–7.5 หาก pH สูงเกินไป ประสิทธิภาพจะลดลง
- ป้องกันการเกิดตะกรัน – น้ำที่มี pH สูงเกินไปมักก่อให้เกิดคราบหินปูนในท่อและเครื่องใช้ไฟฟ้า
มาตรฐานค่า pH ของน้ำดื่ม
มาตรฐานประเทศไทย
| หน่วยงาน | เกณฑ์ค่า pH | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| กรมอนามัย (น้ำประปาดื่มได้ พ.ศ. 2563) | 6.5 – 8.5 | ใช้ควบคุมคุณภาพน้ำประปา |
| อย. (น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท) | 6.5 – 8.5 | มาตรฐานบังคับสำหรับน้ำขวด |
| สมอ. / มอก. | 6.5 – 8.5 | มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม |
องค์การอนามัยโลก (WHO) WHO ไม่ได้กำหนดค่า guideline ด้านสุขภาพโดยตรงสำหรับ pH เพราะไม่มีหลักฐานว่าส่งผลเสียต่อสุขภาพในระดับที่พบในน้ำดื่ม แต่แนะนำให้ควบคุมให้อยู่ในช่วง 6.5–8.5 เพื่อเหตุผลด้านปฏิบัติการ (operational) โดยเฉพาะการป้องกันการกัดกร่อนและการฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพ
ค่า pH ที่เหมาะสมสำหรับการดื่ม

| ช่วงค่า pH | ลักษณะน้ำ | คำแนะนำ |
|---|---|---|
| ต่ำกว่า 6.5 | เป็นกรด | ไม่แนะนำ กัดกร่อนท่อและอาจมีรสเปรี้ยว |
| 6.5 – 8.5 | เหมาะสม | มาตรฐานที่ยอมรับได้ ทั้งไทยและสากล |
| สูงกว่า 8.5 | เป็นด่าง | ควรตรวจสอบ รสฝาดและเกิดตะกรันง่าย |
ค่าที่แนะนำมากที่สุด อยู่ที่ประมาณ 6.8 – 7.5 ซึ่งใกล้เคียงกับค่ากลางและให้รสชาติดีที่สุด
วิธีวัดค่า pH ของน้ำดื่ม
- เครื่องวัด pH Meter แบบพกพาหรือตั้งโต๊ะ (แม่นยำที่สุด)
- กระดาษวัด pH หรือแถบทดสอบ (สะดวกแต่ความแม่นยำต่ำกว่า)
- ชุดทดสอบภาคสนามของกรมอนามัยหรือห้องปฏิบัติการ
ข้อควรปฏิบัติ:
- วัดที่อุณหภูมิประมาณ 25°C (ค่ามาตรฐาน)
- สอบเทียบเครื่องวัดด้วยสารมาตรฐาน (buffer solution) ก่อนใช้งาน
- วัดทันทีหลังจากเก็บตัวอย่าง เพราะค่า pH อาจเปลี่ยนแปลงเมื่อถูกอากาศ
ข้อจำกัดและข้อควรรู้เพิ่มเติม
- ค่า pH เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถบอกความปลอดภัยของน้ำได้ครบถ้วน ต้องตรวจร่วมกับพารามิเตอร์อื่น เช่น TDS, ความขุ่น, คลอรีนตกค้าง, โลหะหนัก และเชื้อแบคทีเรีย
- น้ำที่ผ่านระบบ RO มักมีค่า pH ลดลงเล็กน้อย บางครั้งอาจต่ำกว่า 6.5 จึงควรมีการปรับค่า (remineralization หรือปรับ pH) ก่อนบรรจุ
- น้ำแร่ธรรมชาติบางชนิดอาจมีค่า pH สูงกว่า 8.5 ได้ตามแหล่งกำเนิด แต่ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สรุป
เกณฑ์ค่า pH ที่ใช้ในการทดสอบคุณภาพน้ำดื่มทั้งในประเทศไทยและมาตรฐานสากลคือ 6.5–8.5 ซึ่งเป็นช่วงที่สมดุลระหว่างความปลอดภัย รสชาติ และการป้องกันปัญหาในระบบท่อน้ำ
การตรวจค่า pH เป็นขั้นตอนง่าย ๆ แต่สำคัญมากในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ หากพบว่าค่าอยู่นอกเกณฑ์ ควรตรวจสอบแหล่งน้ำและระบบบำบัดเพิ่มเติม หรือส่งตัวอย่างไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองเพื่อความมั่นใจสูงสุด
