ระบบบำบัดน้ำเสียเป็นระบบชีวภาพ อาการผิดปกติจึงมักส่งสัญญาณล่วงหน้าก่อนที่ผลตรวจน้ำทิ้งจะออกมาไม่ผ่าน ถ้าอ่านสัญญาณเหล่านี้เป็น จะแก้ได้ตั้งแต่ยังไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่
บทความนี้รวบรวมอาการที่พบบ่อยที่สุด 7 แบบ พร้อมวิธีไล่หาสาเหตุจากสิ่งที่มองเห็นได้จริงหน้างาน
ก่อนอื่น: ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งที่ต้องผ่าน
ค่าอ้างอิงทั่วไปสำหรับน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม
| พารามิเตอร์ | ค่ามาตรฐานอ้างอิง |
|---|---|
| pH | 5.5 – 9.0 |
| BOD | ไม่เกิน 20 มก./ล. |
ค่าเหล่านี้เป็นค่าอ้างอิงทั่วไป โรงงานแต่ละประเภทและแต่ละพื้นที่อาจมีเงื่อนไขต่างกัน ควรตรวจสอบตามประกาศฉบับล่าสุดและใบอนุญาตของโรงงานตนเองเสมอ
ปัญหาที่ 1 ตะกอนลอยขึ้นผิวถังตกตะกอน
อาการ มีแผ่นตะกอนสีน้ำตาลลอยเป็นแพบนผิวถังตกตะกอน ทั้งที่น้ำใต้แผ่นดูใส
สาเหตุที่พบบ่อย เกิดจากปฏิกิริยาดีไนตริฟิเคชันในถังตกตะกอน ไนเตรตถูกเปลี่ยนเป็นก๊าซไนโตรเจนซึ่งไปเกาะกับตะกอนแล้วยกลอยขึ้น มักเกิดเมื่อตะกอนค้างในถังตกตะกอนนานเกินไป
แนวทางแก้ เพิ่มอัตราการสูบตะกอนกลับ (Return Sludge) ลดเวลาตะกอนค้างในถัง และถ้าเป็นบ่อย ๆ ให้พิจารณาปรับลดอายุตะกอน (Sludge Age) ในระบบ
ปัญหาที่ 2 ตะกอนไม่จม หรือ ตะกอนเบา (Bulking)
อาการ ทำ SV30 แล้วตะกอนจมช้ามาก หรือฟูจนเกือบเต็มกระบอกตวง น้ำใสด้านบนมีน้อย
วิธีวินิจฉัย ทดสอบ SV30 โดยตักน้ำจากถังเติมอากาศ 1 ลิตร ตั้งทิ้งไว้ 30 นาที แล้วอ่านปริมาตรตะกอน ค่าที่เหมาะสมทั่วไปอยู่ราว 200–400 มิลลิลิตรต่อลิตร ถ้าเกินกว่านี้มากถือว่ามีปัญหาตะกอนเบา
สาเหตุที่พบบ่อย ค่า DO ต่ำเกินไปเป็นเวลานาน สารอาหารไนโตรเจนหรือฟอสฟอรัสไม่สมดุลกับ BOD หรือมีแบคทีเรียเส้นใย (Filamentous) เติบโตเกิน
แนวทางแก้ ตรวจและปรับ DO ให้อยู่ที่ 1.5–2.0 มก./ล. ปรับอัตราส่วนสารอาหาร BOD ต่อ N ต่อ P ให้ใกล้ 100:5:1 และควบคุมค่า MLSS ให้อยู่ในช่วงที่ออกแบบไว้ โดยทั่วไป 2,000–4,000 มก./ล.
ปัญหาที่ 3 กลิ่นเหม็นเหมือนไข่เน่า
อาการ กลิ่นก๊าซไข่เน่ารอบบ่อ โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือหลังฝนตก อาจมีคราบดำที่ผนังบ่อ
สาเหตุที่พบบ่อย เกิดก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์จากสภาวะขาดออกซิเจน มักมาจากโบลเวอร์เสีย หัวจ่ายอากาศอุดตัน หรือมีตะกอนสะสมค้างในบ่อพักและท่อเป็นเวลานาน
แนวทางแก้ ตรวจระบบเติมอากาศเป็นอันดับแรก ลอกตะกอนก้นบ่อพัก และในกรณีเร่งด่วนสามารถใช้สารเคมีหรือจุลินทรีย์ควบคุมกลิ่นเป็นการชั่วคราวระหว่างแก้ต้นเหตุ
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์เป็นอันตรายถึงชีวิตและทำให้ประสาทรับกลิ่นชาจนไม่ได้กลิ่นในความเข้มข้นสูง ห้ามลงบ่อหรือพื้นที่อับอากาศโดยไม่มีการวัดก๊าซและใบอนุญาตทำงานในที่อับอากาศเด็ดขาด
ปัญหาที่ 4 ฟองล้นถังเติมอากาศ
อาการ มีฟองหนาปกคลุมผิวถัง ต้องแยกให้ออกว่าเป็นฟองแบบไหน
- ฟองขาวหนาเบา มักมาจากสารลดแรงตึงผิวหรือผงซักฟอกที่ปนเข้ามา หรือตะกอนในระบบยังน้อยเกินไป เช่น ช่วงเริ่มเดินระบบใหม่
- ฟองสีน้ำตาลเข้มเหนียว มักเกิดจากแบคทีเรียกลุ่ม Nocardia ซึ่งสัมพันธ์กับอายุตะกอนที่มากเกินไปและน้ำมันไขมันในระบบสูง
- ฟองสีน้ำตาลอ่อนบาง เป็นเรื่องปกติของระบบที่สมดุลดี ไม่ต้องแก้อะไร
แนวทางแก้ กรณีฟองขาวให้หาต้นทางสารลดแรงตึงผิวและเพิ่มปริมาณตะกอนในระบบ กรณีฟองน้ำตาลเข้มให้ลดอายุตะกอนด้วยการทิ้งตะกอนส่วนเกินถี่ขึ้น และตรวจสอบบ่อดักไขมันต้นทางว่าทำงานอยู่หรือไม่
ปัญหาที่ 5 น้ำใสแต่ค่า COD ยังเกิน
อาการ น้ำที่ปล่อยออกดูใสด้วยตาเปล่า แต่ผลแล็บ COD ไม่ผ่าน
สาเหตุที่พบบ่อย มีสารอินทรีย์ละลายน้ำที่ย่อยสลายทางชีวภาพได้ยาก ซึ่งมองไม่เห็นด้วยตา พบมากในน้ำเสียจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ ฟอกย้อม เคมี และชุบโลหะ
แนวทางแก้ เพิ่มขั้นตอนบำบัดขั้นสูง เช่น การดูดซับด้วยถังคาร์บอน หรือกระบวนการออกซิเดชันขั้นสูง และตรวจสอบว่ามีน้ำเสียบางสายที่ควรแยกบำบัดต่างหากก่อนรวมเข้าระบบหลักหรือไม่
ปัญหาที่ 6 ค่า pH แกว่งขึ้นลง
อาการ ค่า pH ที่ปลายทางเปลี่ยนไปมาในแต่ละกะ บางครั้งหลุดออกนอกช่วง 5.5–9.0
สาเหตุที่พบบ่อย ถังปรับสมดุล (Equalization Tank) เล็กเกินไปหรือกวนผสมไม่ทั่ว ทำให้น้ำเสียที่ปล่อยเป็นล็อตจากการผลิตวิ่งทะลุเข้าระบบโดยไม่ถูกเจือจาง
แนวทางแก้ ตรวจระบบกวนในถังปรับสมดุล พิจารณาเพิ่มปริมาตรถังหรือควบคุมจังหวะการปล่อยน้ำจากไลน์ผลิต และติดตั้งชุดควบคุม pH อัตโนมัติที่ป้อนสารปรับ pH ตามค่าที่วัดได้จริง
ปัญหาที่ 7 ปั๊มอุดตันและเสียบ่อย
อาการ ปั๊มสูบน้ำเสียหรือปั๊มตะกอนตัดการทำงานบ่อย มอเตอร์ร้อน หรือส่งน้ำได้น้อยลง
สาเหตุที่พบบ่อย เศษผ้า ถุงพลาสติก และเส้นใยพันใบพัด ตะกร้าดักขยะต้นทางไม่มีหรือไม่ได้ทำความสะอาด หรือเลือกชนิดปั๊มไม่เหมาะกับของแข็งในน้ำ
แนวทางแก้ ติดตั้งตะแกรงดักขยะต้นทางและกำหนดรอบทำความสะอาดที่ชัดเจน เลือกปั๊มชนิดใบพัดแบบไม่อุดตันสำหรับน้ำที่มีเส้นใยสูง และบันทึกกระแสไฟของมอเตอร์เป็นประจำเพื่อจับสัญญาณผิดปกติก่อนพัง
เช็คลิสต์ดูแลระบบประจำวันที่ควรมี
- อ่านและจดค่า DO ในถังเติมอากาศ
- ทดสอบ SV30 และจดผลไว้เทียบย้อนหลัง
- วัด pH ทั้งน้ำเข้าและน้ำออก
- สังเกตสีและกลิ่นของตะกอน ตะกอนที่ดีควรเป็นสีน้ำตาลกาแฟและมีกลิ่นคล้ายดิน
- ตรวจการทำงานของโบลเวอร์และปั๊มทุกตัว
- จดปริมาณสารเคมีที่ใช้ต่อวัน
บันทึกเหล่านี้มีค่ามากกว่าที่คิด เพราะเมื่อระบบเริ่มมีปัญหา ข้อมูลย้อนหลังคือสิ่งเดียวที่บอกได้ว่าอะไรเปลี่ยนไปและเปลี่ยนตั้งแต่เมื่อไหร่
คำถามที่พบบ่อย
ค่า BOD เกินมาตรฐาน ควรเริ่มแก้จากตรงไหน? เริ่มจากตรวจค่า DO ในถังเติมอากาศ ปริมาณตะกอน (MLSS) และการทำงานของระบบเติมอากาศก่อนเสมอ เพราะสามสิ่งนี้คือสาเหตุของค่า BOD เกินในกรณีส่วนใหญ่ หลังจากนั้นจึงไปดูภาระสารอินทรีย์ที่เข้าระบบว่าเกินกว่าที่ออกแบบไว้หรือไม่
ตะกอนสีอะไรถือว่าปกติ? ตะกอนที่สมบูรณ์ควรเป็นสีน้ำตาลเข้มคล้ายกาแฟและมีกลิ่นคล้ายดินชื้น ถ้าตะกอนออกสีดำและมีกลิ่นเหม็นเน่า แสดงว่าระบบขาดออกซิเจน ถ้าออกสีอ่อนหรือเทา มักหมายถึงตะกอนอายุน้อยเกินไปหรือถูกสารเคมีทำลาย
ต้องส่งตรวจน้ำที่แล็บบ่อยแค่ไหน? ความถี่ขั้นต่ำเป็นไปตามเงื่อนไขในใบอนุญาตของแต่ละโรงงาน แต่ในทางปฏิบัติควรตรวจค่าพื้นฐานเองทุกวัน และส่งแล็บภายนอกอย่างน้อยตามรอบที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้จับความผิดปกติได้ก่อนถึงรอบรายงาน