สารกรองน้ำมีกี่ชนิด? เลือกใช้ ล้างย้อน และเปลี่ยนเมื่อไหร่

ถังกรองน้ำที่ดูเหมือนกันจากภายนอก อาจบรรจุสารกรองคนละชนิดที่แก้ปัญหาคนละอย่าง บางโรงงานเติมทรายกรองเพิ่มเข้าไปทั้งที่ปัญหาจริงคือเหล็กและแมงกานีสในน้ำบาดาล ผลคือน้ำยังเหลืองเหมือนเดิมและเสียเงินฟรี

บทความนี้แยกสารกรองน้ำแต่ละชนิดตามหน้าที่ พร้อมบอกอายุการใช้งานจริงและวิธีดูว่าเมื่อไหร่ต้องเปลี่ยน

สารกรองน้ำ 6 ชนิดที่ใช้จริงในงานอุตสาหกรรม

1. ทรายกรอง (Silica Sand) พื้นฐานที่สุดและถูกที่สุด ทำหน้าที่กรองตะกอนแขวนลอยและความขุ่น ดักอนุภาคได้ประมาณ 20–40 ไมครอน ใช้เป็นชั้นกรองหลักในถังกรองทรายและเป็นชั้นรองในระบบกรองหลายชั้น อายุการใช้งานยาวถึง 3–5 ปีถ้าล้างย้อนสม่ำเสมอ

2. แอนทราไซต์ (Anthracite) ถ่านหินคุณภาพสูงที่เบากว่าทราย จึงวางเป็นชั้นบนในระบบ Dual Media เม็ดใหญ่กว่าทำให้ดักตะกอนหยาบไว้ชั้นบน แล้วปล่อยให้ทรายด้านล่างดักตะกอนละเอียด ผลคือถังรับปริมาณตะกอนได้มากกว่า ล้างย้อนถี่น้อยลง และรับอัตราการไหลได้สูงกว่าถังทรายชั้นเดียว

3. สารกรองสนิมเหล็กและแมงกานีส (Manganese Sand / Birm) ตัวแก้ปัญหาน้ำบาดาลโดยเฉพาะ ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาออกซิเดชันให้เหล็กและแมงกานีสที่ละลายอยู่ในน้ำเปลี่ยนเป็นตะกอนแล้วถูกดักไว้ ใช้กับอาการน้ำใสตอนสูบขึ้นมาแต่กลายเป็นสีเหลืองหรือน้ำตาลหลังตั้งทิ้งไว้ มีคราบสนิมติดสุขภัณฑ์ หรือน้ำมีรสโลหะ ต้องมีการเติมอากาศหรือออกซิไดเซอร์ก่อนเข้าถังจึงจะทำงานได้เต็มที่

4. สารกรองคาร์บอน (Activated Carbon) ดูดซับกลิ่น สี คลอรีน และสารอินทรีย์ระเหยได้ ด้วยพื้นที่ผิวมหาศาลระดับ 500–1,500 ตารางเมตรต่อกรัม จุดสำคัญคือคาร์บอนทำงานแบบ “ดูดซับจนอิ่มตัว” ไม่ใช่ “ดักไว้” ดังนั้นการล้างย้อนไม่ได้ทำให้ความสามารถกลับมา เมื่อถึงจุดอิ่มตัวต้องเปลี่ยนอย่างเดียว อายุใช้งานทั่วไป 1–2 ปี และเป็นชั้นบังคับก่อนเข้าเมมเบรน RO เพราะคลอรีนทำลายเมมเบรนถาวร

5. เรซินแลกเปลี่ยนประจุ (Ion Exchange Resin) ใช้ลดความกระด้างของน้ำ โดยแลกไอออนแคลเซียมและแมกนีเซียมออกและปล่อยโซเดียมแทน จำเป็นมากสำหรับหม้อไอน้ำและระบบหล่อเย็น เพราะตะกรันในหม้อไอน้ำหนาเพียง 1 มิลลิเมตรทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ต้องฟื้นสภาพด้วยเกลือเม็ดเป็นรอบ ๆ อายุใช้งาน 3–5 ปี

6. กรวดรองพื้น (Supporting Gravel) ไม่ได้กรองน้ำโดยตรง แต่ทำหน้าที่รองรับสารกรองด้านบนและกระจายน้ำล้างย้อนให้ทั่วหน้าตัดถัง ถ้าชั้นกรวดยุบหรือปะปนกับสารกรองด้านบน น้ำล้างย้อนจะพุ่งเป็นทางเดียวและเกิดปัญหาสารกรองจับตัวเป็นก้อน


เรียงชั้นสารกรองอย่างไรให้ถูก

หลักคือ เม็ดใหญ่และเบาอยู่บน เม็ดเล็กและหนักอยู่ล่าง เพื่อให้หลังล้างย้อนแล้วสารกรองกลับมาเรียงชั้นเดิมได้เอง ลำดับที่ใช้กันทั่วไปในถัง Multi Media คือ

ชั้น สารกรอง ความสูงโดยประมาณ
บนสุด แอนทราไซต์ 30–40% ของความสูงสารกรอง
กลาง ทรายกรอง 40–50%
ล่าง กรวดรองพื้น 2–3 เบอร์ 15–20%

ถ้าเป็นถังคาร์บอนหรือถังแมงกานีส ให้แยกถังต่างหากและวางเรียงตามลำดับกระบวนการ ไม่ควรผสมรวมถังเดียวเพราะกลไกการทำงานคนละแบบและรอบล้างย้อนไม่ตรงกัน


ล้างย้อน (Backwash) ให้ถูกวิธี

การล้างย้อนคือการดันน้ำสวนทางขึ้นจากด้านล่างเพื่อขยายชั้นสารกรองและพัดตะกอนที่สะสมออกไป จุดที่ต้องคุมมี 3 อย่าง

  • อัตราการไหล ควรทำให้สารกรองขยายตัวขึ้นราว 20–30% ของความสูงเดิม ถ้าน้อยเกินไปตะกอนไม่หลุด ถ้าแรงเกินไปสารกรองจะไหลออกไปกับน้ำทิ้ง
  • ระยะเวลา ทั่วไป 8–15 นาที หรือจนกว่าน้ำทิ้งจะใส
  • ความถี่ ยึดตามค่าความดันตกคร่อม (Differential Pressure) ไม่ใช่ยึดตามความรู้สึก โดยทั่วไปเมื่อความดันตกคร่อมสูงขึ้นราว 0.5–1.0 บาร์จากค่าตอนสารกรองใหม่ ถือว่าถึงเวลาล้าง

อย่าลืมขั้นตอน Rinse หรือล้างหน้าตรงหลังล้างย้อนเสร็จ เพื่อไล่ตะกอนที่ค้างอยู่ก่อนส่งน้ำเข้าสู่การใช้งาน


5 สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนสารกรอง

  1. ล้างย้อนแล้วความดันตกคร่อมยังไม่กลับมาเท่าเดิม แสดงว่าสารกรองเริ่มจับตัวเป็นก้อน
  2. น้ำออกยังขุ่นหรือมีกลิ่นทั้งที่เพิ่งล้างย้อน
  3. เปิดฝาถังแล้วเห็นสารกรองจับกันเป็นก้อนแข็งหรือมีร่องเป็นโพรง (Mud Ball / Channeling)
  4. ปริมาณน้ำที่ผลิตได้ต่อรอบลดลงชัดเจนเทียบกับช่วงเริ่มใช้งาน
  5. ใช้งานครบอายุตามชนิดสารกรองแล้ว แม้ยังไม่มีอาการผิดปกติ

คำถามที่พบบ่อย

สารกรองน้ำเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน? ขึ้นกับชนิดและคุณภาพน้ำดิบ โดยเฉลี่ยคาร์บอน 1–2 ปี ทรายกรองและแอนทราไซต์ 3–5 ปี สารกรองแมงกานีส 2–4 ปี และเรซิน 3–5 ปี ถ้าน้ำดิบมีความขุ่นสูงหรือใช้งานหนัก อายุจะสั้นลงกว่านี้

เติมสารกรองเพิ่มแทนการเปลี่ยนทั้งหมดได้ไหม? เติมได้เฉพาะกรณีที่สารกรองหายไปจากการล้างย้อนแรงเกิน แต่ถ้าสารกรองเสื่อมสภาพหรืออิ่มตัวแล้ว การเติมทับด้านบนไม่ช่วย เพราะน้ำจะยังไหลผ่านชั้นเก่าที่ตันอยู่ดี

ล้างย้อนทุกวันดีกว่าไหม? ไม่จำเป็นและอาจสิ้นเปลืองน้ำโดยใช่เหตุ ควรยึดค่าความดันตกคร่อมเป็นเกณฑ์ ระบบส่วนใหญ่ล้างย้อนทุก 1–7 วันตามภาระตะกอน

Ergozo.com
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.